บันทึกวันที่ 3 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ :: กิจกรรมการฟังนิทาน
เรื่อง สร้อยของชาวประมง
นิทานเรื่อง
สร้อยของชาวประมง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีชาวประมงคนหนึ่งแล่นเรือออกไปหาปลา
แต่ระหว่างที่กำลังหาปลาอยู่นั้นเกิดพายุซัดกระหน่ำทำให้สร้อยของชาวประมงตกลงไปในทะเล
ชาวประมงจึงอ้อนวอนร้องขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เจอสร้อยของเขา แล้วพระยานาคผู้ใจดีก็ช่วยชาวประมงในการค้นหาสร้อยในทะเล ซึ่งพระยานาคนั้นงมสร้อยทั้งเพชร ทอง ไข่มุก ขึ้นมาให้ชาวประมงดู
แต่ชาวประมงรู้ว่าไม่ใช่สร้อยของตัวเองก็ไม่เอาสร้อยนั้นมาเป็นของตัวเอง เพราะสร้อยของชาวประมงเป็นเพียงสร้อยธรรมดาๆ
พระยานาคเห็นว่าชาวประมงผู้นี้มีความซื่อสัตย์จึงมอบสร้อยเพชร สร้อยทอง
สร้อยไข่มุกให้แก่ชาวประมงผู้ซื่อสัตย์ไป แล้วพอเศรษฐีผู้หนึ่งทราบข่าวชาวประมงผู้ซื่อสัตย์ก็เกิดความละโมบโลภมากอยากได้สร้อยเพชรเหมือนชาวประมง จึงออกไปทะเลแล้วใช้อุบายทำสร้อยตกลงไปในทะเลให้พระยานาคมาช่วย แต่เศรษฐีไม่มีความซื่อสัตย์เลยจึงบอกพระยานาคว่าสร้อยที่พระยานาคงมขึ้นมาจากทะเลนั้นเป็นของตนทั้งหมด
พระยานาคจึงเสกให้สร้อยทั้งหมดนั้นกลายเป็นหินไป
ทฤษฎี
ทฤษฏีของโคลเบิร์ก
(Kolberg) เป็นที่นิยมนำมาใช้กันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทฤษฏีการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม (Moral
Reasoning) เป็นฐานความคิดของนักจิตวิทยาและนักการศึกษาของตะวันตกเป็นจำนวนมาก วิธีปลูกฝังจริยธรรมตามแนวคิดของโคลเบิร์ก
(Kolberg) ไม่อาจกระทำได้ด้วยการสอน หรือการปฏิบัติเป็นตัวอย่างให้ดู และไม่อาจเรียนรู้ด้วยการกระทำต่าง ๆ จริยธรรมสอนกันไม่ได้ จริยธรรมพัฒนาขึ้นมาด้วยการนึกคิดของแต่ละบุคคล ตามลำดับขั้นและพัฒนาการของปัญญาซึ่งผูกพันกับอายุ ดังนั้นหากยังไม่ถึงวัยอันควร จริยธรรมบางอย่างก็ไม่เกิด
ทฤษฏีการปลูกฝังจริยธรรมด้วยเหตุผล
(moral reasoning)ของโคลเบิร์ก (Kolberg) ใช้กิจกิจกรรมที่สำคัญในการพัฒนาจริยธรรมคือ การอภิปรายและแลกเปลี่ยนทัศนะความคิดเห็น โดยมีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ผู้ดำเนินการเสนอประเด็นปัญหาหรือเรื่องราวที่มีความยากแก่การตัดสินใจ
ขั้นตอนที่ 2 แยกผู้อภิปรายออกเป็นกลุ่มย่อยตามความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
ขั้นตอนที่ 3 ให้กลุ่มย่อยอภิปรายเหตุผล พร้อมหาข้อสรุปว่า เหตุผลที่ถูก – ผิด หรือควรทำ ไม่ควรทำ เพราะเหตุอะไร
ขั้นตอนที่ 4 สรุปเหตุผลของฝ่ายที่คิดว่าควรทำและไม่ควรทำ
จากที่กล่าวมาจะพบว่าแนวคิดของโคลเบิร์ก
(Kolberg) ใกล้คียงกับเพียเจต์ (
Piaget) คือเชื่อว่าพัฒนาการทางจริยธรรมของมนุษย์พัฒนาการได้ตามวัย และวุฒิภาวะทางสติปัญญา พัฒนาการทางจริยธรรมของมนุษย์ไม่ใช่การป้อนรูปแบบ กล่าวคือดูรูปหนึ่งจบแล้ว ดูอีกรูปหนึ่งโดยที่รูปแรกไม่ปรากฏในสายตาอีกต่อไป แต่พัฒนาการของมนุษย์จะค่อยๆพัฒนาไปตามวัน เวลา เจริญขึ้นเรื่อย ๆ ตามวุฒิภาวะ จริยธรรมเก่ายังจะมีรากแก้วฝังอยู่ และพัฒนาตามกาลเวลาที่มนุษย์มีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้น เกิดเป็นจริยธรรมใหม่ขึ้น จริยธรรมไม่ได้สร้างขึ้นภายในหนึ่งวัน คนจะมีอุปนิสัยดีงามต้องสร้างเสริมและสะสมจากการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมด้วย กระบวนการทางสังคม และจะเรียนรู้ได้ตามความสามารถของวุฒิภาวะ ซึ่งกำหนดโดยปฏิสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม
เสนอแนวคิด
ปัจจุบันการเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองให้เด็กเป็นอัจฉริยะนั้นคงจะไม่ใช่แค่
เก่ง เพียง อย่างเดียว แต่ ต้องดีด้วย ซึ่งก็เป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานให้ เด็กมีความซื่อสัตย์
ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ซื่อสัตย์ต่อคนรอบข้าง ซื่อสัตย์ต่อตนเอง สังคม ทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขเช่นกัน
ดังนั้นควรส่งเสริมและปลูกฝังความดีให้กับเด็กตั้งแต่วัยเล็ก ซึ่งการปลูกฝังเรื่องความดี
มีจริยธรรมไม่ใช่เรื่องยากนัก
เพราะถ้าหากเรานำสิ่งที่เด็กสนใจหรือเข้าใจธรรมชาติของเด็กเราก็สามารถนำจริยธรรมไปสอดแทรกประยุกต์ใช้ได้
โดยธรรมชาติของเด็กชอบการฟังนิทาน ฟังเรื่องราว จินตนาการอยู่แล้ว
ดังนั้นเป็นการง่ายที่เรานำเอาจริยธรรมมาสอดแทรกในนิทานเพื่อสอนเด็กๆ
การเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็นในความซื่อสัตย์ ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร
เมื่อเด็กปฏิบัติตัวเป็นเด็กดี มีความซื่อสัตย์สุจริต ควรจะชมเชย ชื่นชม
ให้กำลังเด็ก และถ้าหากเด็กทำผิด
ควรจะกล่าวตักเตือนและสอนในสิ่งที่ถูกต้องให้เด็กดีกว่าการลงโทษ ดุด่า


วันนี้มาเป็นนิทานทั้งเรื่อง แสดงว่าความจำดีเยี่ยม ทฤษฎีที่เลือกมาอธิบายดีมากค่ะ เสนอแนะดี ถ้าเขียนเป็นขั้นแบบขั้นตอนของทฤษฎี ก็จะทำให้คนอ่านนำไปปฏิบัติตามได้เลยนะคะ
ตอบลบ