วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกวันที่ 29 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557 :: กิจกรรมการเล่าเรื่องจากภาพ



บันทึกวันที่ 29 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557



สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ ::  กิจกรรมการเล่าเรื่องจากภาพ


                                               


                                          กิจกรรมการเล่าเรื่องจากภาพชุมชนสมัยก่อน



ความคิดเห็นต่อการเรียนรู้

            สำหรับกิจกรรมการเล่าเรื่องจากภาพ เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางภาษาของเด็กได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทักษะทางการพูด เด็กได้มีโอกาสในการพูด ฝึกการพูดเล่าเรื่อง ฝึกการใช้ภาษาที่ถูกต้อง พูดได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้อีกทั้งแสดงถึงความกล้าแสดงออกของเด็กอีกด้วย



ทฤษฎี

            การสอนภาษาแบบธรรมชาติ (Whole Language Approach) คือ การที่เด็กได้เรียนรู้การใช้ภาษาทั้งด้านการฟัง พูด อ่าน เขียนไปตามธรรมชาติ อย่างมีความหมาย สอดคล้องเหมาะสมกับวัย โดยไม่แยกว่าต้องอ่านก่อน หรือเขียนก่อน แต่จะเน้นให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเอง เช่น อ่านนิทาน เล่าเรื่องราว ฟังนิทานที่ครูหรือเพื่อนเล่า เขียนคำที่ตนสนใจจากเรื่องที่ได้อ่านหรือได้ฟัง เป็นต้น



เสนอแนวคิด

            ในการจัดกิจกรรมเล่าเรื่องนั้นสามารถทำได้โดยง่าย ครูอาจจะสอดแทรกให้เด็กใช้ภาแบบองค์รวมในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ในการสื่อสาร รับสาร เป็นต้น อีกทั้งครูควรให้การสนับสนุนและเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ภาษาทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน เช่น จัดหาหนังสือในมุมหนังสือเพื่อให้เด็กได้อ่านและเรียนรู้ กิจกรรมเด็กๆเล่านิทานให้เพื่อนฟัง มีการสนทนาข่าวสารโต้ตอบกัน เล่าเหตุการณ์ประทับในวันหยุด เป็นต้น ดังนั้นควรจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทักษะทางการพูด ทางกระบวนการคิด จินตนาการ การทบทวนความความจำ เป็นต้น  ภาษาพูดเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาภาษาเขียนของเด็ก เมื่อเด็กได้พัฒนาภาษาพูดอย่างต่อเนื่องแล้วเด็กจะมีความรู้เกี่ยวกับคำต่าง ซึ่งจะเพิ่มพูนมากขึ้น จากที่เด็กได้พูดเล่าเรื่อง สนทนาโต้ตอบ ทักษะการสนทนาของเด็กจะพัฒนาได้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้สามารถพัฒนาภาษาพูดและภาษาเขียนได้ดี คือ ครู พ่อ แม่ ต้องเปิดโอกาสให้เด็กพูดเล่าเรื่องและรับฟังในสิ่งที่เด็กพูดอย่างตั้งใจ

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสิ่งที่เรียนรู้ วันที่ 27 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557 :: กิจกรรมดนตรี

บันทึกสิ่งที่เรียนรู้ วันที่ 27 เดือน มกราคม  พ.ศ. 2557

สิ่งที่เรียนรู้ในวันนี้  :  กิจกรรมดนตรี



การเล่นคีบอร์ด



การฝึกทักษะกล้ามเนื้อมือผ่านการเคาะจังหวะผ่านนิ้วมือ ตามตัวโน๊ต โด(นิ้วโป้ง)  เร(นิ้วชี้)  มี(นิ้วกลาง)  ฟา(นิ้วนาง)  ซอล(นิ้วก้อย)



การฝึกทักษะกล้ามเนื้อเล็กในการเล่นคีบอร์ด



การฟังนิทานจากเสียงเล่าผ่านอิเล็กทรอนิค  ประกอบภาพ


ความคิดเห็นต่อสิ่งที่เรียนรู้       
                   จากการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมดนตรีในวันนี้ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะในหลายๆด้านให้แก่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านสติปัญญา เด็กเกิดการเรียนรู้ จดจำ เข้าใจ รู้จักการสังเกตเสียงตัวโน๊ต โด เร มี ฟา ซอล ทักษะทางด้านภาษาทางด้านการฟัง ทำนองจังหวะของเสียงดนตรี ทักษะทางด้านอารมณ์ เด็กเกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ในการทำกิจกรรม  ทักษะทางด้านสังคม เด็กได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม การรอคอย การแบ่งปัน การทำกิจกรรมร่วมกัน การวางตัวในสังคม เช่น เด็กเป็นนักเรียน นักเรียนมีหน้าที่ตั้งใจเรียน เชื่อฟังครูอาจารย์ ดังนั้นเด็กก็มีความตั้งใจเรียน และเชื่อฟังครูผู้สอนดนตรี เป็นต้น  ทักษะทางด้านร่างกาย เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการกดคีบอร์ด การไล่เสียงตัวโน๊ตพื้นฐานทั้ง5 โด(นิ้วโป้ง)  เร(นิ้วชี้)  มี(นิ้วกลาง)  ฟา(นิ้วนาง)  ซอล(นิ้วก้อย)  เป็นต้น
       
ทฤษฎี 
   ดนตรีเบื้องต้นตามแนวคิดของออร์ฟ ตั้งอยู่บนรากฐานของการปฏิบัติการสื่อสารในเด็ก (Communicative performance)และเน้นความเป็นตัวของตัวเองเป็นอย่างมาก อุปกรณ์เพลงต่าง ได้มาจากความคิดของเด็กเอง โดยมีบทเพลงของ Schulwerk ซึ่งมีรูปแบบของทำนองและจังหวะ ที่ถูกออกแบบอย่างดีเป็นตัวอย่างเพลงของเด็ก ซึ่งเรียบง่ายถูกกับจริตของเด็ก เป็นธรรมชาติ และมีการใช้ร่างกายประกอบเหมือนการเล่นของเด็ก ดนตรีเบื้องต้นของออร์ฟถูกพัฒนามาจากข้อสรุปที่ว่า เด็กจะเป็นผู้แสดงถึงพัฒนาการทางดนตรีของมนุษยชาติ จากประสบการณ์และพัฒนาการทางดนตรีของเด็กเอง ประสบการณ์ดนตรีของเด็กจะเรียบง่าย เช่น การกู่ร้อง การท่อง การกระทืบเท้า และตบมือ ในดนตรีเบื้องต้นนั้น การพูด การร้องเพลง และการเคลื่อนไหวไม่สามารถแยกออกจากกัน แต่จะหลอมรวมกัน เหมือนกับการแสดงออกทางดนตรีโดยธรรมชาติอันแท้จริงนั่นเอง

                ในระบบการสอนของออร์ฟ การสร้างสรรค์(Creatinity)ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ออร์ฟเปิดโอกาสให้มีการสร้างสรรค์แบบต่อเนื่องหลายแบบ เด็กจะสำรวจเสียงของคำ ทำนองเพลง และเสียงเครื่องดนตรี เขาจะเลือกแบบแผนของจังหวะและทำนองจากตัวอย่าง และใช้มันประดิษฐ์ดนตรีประกอบ ,บทขึ้นต้น,บทจบ หรือบางทีเขาอาจจะแต่งทั้งเพลงเลยก็ได้ กิจกรรมการสอนขั้นต้นก็เหมือนการเล่นเกมประกอบดนตรี ครูจะต้องคอยช่วยนักเรียนในการจดโน้ตที่เด็กคิดแต่งขึ้น วิจารณ์และช่วยปรับปรุงเพลงนั้น พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้


เสนอแนวทางในการปฏิบัติ
                        กิจกรรมดนตรีเป็นกิจกรรมที่ช่วยทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ช่วยพัฒนาการทางอารมณ์ได้เป็นอย่างมาก และเป็นส่วนช่วยทำให้เด็กไม่เบื่อในสิ่งที่กำลังเรียน  กิจกรรมดนตรีการเล่นคีบอร์ดควรให้เด็กได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กก่อนการเล่นพร้อมอุปกรณ์ และกิจกรรมดนตรียังสามารถนำไปใช้กับกิจกรรมอื่นได้อีกด้วย ดังนั้น ครูควรเสริมแรงให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจเมื่อเด็กประสบความสำเร็จทางดนตรี เพราะจะทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในการกระทำครั้งต่อไป ครูควรเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงอารมณ์ผ่านเสียงดนตรี และเพลง ให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาทักษะทางด้านดนตรี และครูควรใช้เทคนิคการสอนแบบต่างๆและนำอุปกรณ์สร้างสรรค์ต่างๆ เช่น หุ่นมือ และอุปกรณ์ทางดนตรีที่หลากหลายมาเป็นตัวช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ทักษะทางดนตรีมากขึ้น

บันทึกวันที่ 28 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557 :: กิจกรรมศิลปะ (การทำการ์ดวันวาเลนไทน์)



บันทึกวันที่ 28 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ กิจกรรมศิลปะ (การทำการ์ดวันวาเลนไทน์)









ความคิดเห็นต่อสิ่งที่เรียนรู้  

                การเรียนรู้โดยผ่านกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ทำการ์ดวันวาเลนไทน์ ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยทำให้เด็กได้ฝึกการใช้จินตนาการอย่างอิสระ ซึ่งจะมีผลให้เด็กเป็นคนกล้าคิด กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ๆทำให้เด็กได้แสดงออกถึงสิ่งที่ตนคิดและรู้สึก และมีความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อการงานศิลปะของเด็กแต่ละชิ้นเสร็จสิ้นลง เด็กจะรู้สึกภาคภูมิใจกับผลงานของเขามาก ทำให้กระตือรือร้นที่จะสร้างผลงานชิ้นใหม่ต่อไป ช่วยฝึกความประณีตและสมาธิ เพราะในขณะที่เด็กพยายามควบคุมมือให้สามารถเขียนเลขที่ เขียนห้อง วาดภาพ ตัดกระดาษ การวางดอกไม้บนการ์ดในตำแหน่งที่ต้อง การนับจำนวนดอกไม้ที่นำมาวางบนการ์ด การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จนั้นเด็กต้องใช้ความตั้งใจ ความพยายามและใช้สมาธิเป็นอย่างมาก ทำให้เด็กเป็นคนมีสุนทรียภาพ มีความละเอียดอ่อนในจิตใจ ทำให้รู้คุณค่าในธรรมชาติ ศิลปะวัตถุ หรือรูปแบบความคิดต่างๆ ทำให้มีชีวิตและจิตใจที่งดงาม ฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกัน รู้จักปรับตัวและปรับความคิด ยอมรับซึ่งกันและกัน



ทฤษฎี

             Brain Base Learning (BBL) คือ การใช้ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับสมองเป็นเครื่องมือในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างศักยภาพสูงสุดในการเรียนรู้ของมนุษย์ เด็กจะได้ฝึกปฏิบัติจริง มีประสบการณ์ตรง เรียนรู้ผ่านการสังเกตและฝึกกิจกรรมอย่างหลากหลาย



เสนอแนวทางในการปฏิบัติ

            ในการจัดกิจกรรมศิลปะควรส่งเสริมให้เด็กมีประสบการณ์ตรงและฝึกปฏิบัติอย่างหลากหลาย ส่งเสริมให้เด็กสังเกตรายละเอียดของสิ่งต่าง พัฒนาการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับสายตา การพัฒนาระบบกายสัมผัสโดยให้เด็กมีโอกาสสัมผัสรับรู้วัสดุที่มีผิวสัมผัส ต่างกันในระหว่างทำกิจกรรมสร้างสรรค์  เช่น ผ้ากระสอบ ผ้าสักหลาด กำมะหยี่ กระดาษทราย กระดาษที่มีผิวสัมผัสต่างกัน  ฯลฯ  ศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย จะต้องจัดกิจกรรมให้เด็กอย่างหลากหลายรูปแบบ  เช่น

     - กิจกรรมวาดภาพระบายสี
     - กิจกรรมเล่นกับสีน้ำ  เช่น  เป่าสี หยดสี พับสี ระบายสีด้วยนิ้วมือ ฝ่ามือ
     - กิจกรรมการพิมพ์ภาพด้วยส่วนต่าง ของร่างกายและวัสดุต่าง
     - กิจกรรมการปั้น ขยำดินเหนียว ดินน้ำมัน แป้งโด กระดาษ ฯลฯ
     - กิจกรรมการพับ ฉีก ตัด ปะ
     - กิจกรรมการร้อย สาน และการออกแบบ
     - กิจกรรมการฝนสีด้วยกระดาษทราย
      

            กิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมที่อาศัยจินตยาการจากสมองเด็ก ดังนั้นไม่ควรเป็นการลอกเลียนแบบหรือต้องทำให้เหมือนจริง รวมทั้งไม่เน้นความถูกต้องของสัดส่วน  แต่ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ สังคม และความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เด็กสนุกสนาน มีความมั่นใจ ภาคภูมิใจในผลงานของตน


วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

Prof103

สวัสดีค่ะวันนี้รุ้สึกตื่นเต้นม๊ากกกกกกกก.  มาฝึกสอนที่โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ตื่นแต่เช้ามากๆๆ