บันทึกวันที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ :: สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ‘นิทานกับการตั้งคำถาม’
ความคิดเห็นต่อการเรียนรู้
การเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเรื่อง
‘นิทานกับการตั้งคำถาม’ ในวันนี้มีวิทยากร2ท่านที่ได้มาให้ความรู้
นั่นคือ คุณครูสุชาดา จิตกล้า และคุณครูอนุสรา ดี
และในการสัมมนานั้น
มีการทำกิจกรรมต่างๆที่ส่งเสริมเรื่องการเล่านิทานกับการตั้งคำถาม
ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคในการเล่านิทานและก่อนการเล่านิทานควรสร้างข้อตกลงในการฟังนิทาน
อย่างเช่น นั่งก้นติดพื้นเพื่อให้เพื่อนคนข้างหลังมองเห็น การตั้งใจฟังนิทาน
เป็นต้น
การตั้งคำถามที่ควรใช้จะเป็นคำถามปลายเปิดเพื่อให้เด็กสามารถแสดงความคิดเห็น
ความรู้สึก การใช้คำพูดเพื่อเร้าความสนใจเด็ก อีกทั้งเรื่องการระวังการใช้คำถาม
คำพูดในการให้ความรู้แก่เด็ก ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมต่อยอดจากนิทานเรื่องลูกหมู3ตัว
โดยคุณครูสุชาดา จิตกล้า(ครูอุ๊) คือการสร้างบ้านจากวัสดุเหลือใช้
ไม่ว่าจะเป็นแกนกระดาษทิชชู ไม้ไอติม กล่องซีเรียล แก้วน้ำพลาสติก กระดาษสี
เป็นต้น และนิทานเรื่องผ้าของพ่อ
โดยคุณครูอนุสรา ดี(ครูจอย) คือ การใช้ผ้าจำนวน4ผืนไปประยุกต์ใช้ในการแสดงเกี่ยวกับอาชีพ
เป็นต้น
ทฤษฎี
การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบลูม
การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบลูม ซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย โดยในแต่ละด้านจะมีการจำแนกระดับความสามารถจากต่ำสุดไปถึงสูงสุด
ด้านพุทธิพิสัย เริ่มจากความรู้ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การประเมิน นอกจากนี้ยังนำเสนอระดับความสามารถที่มีการปรับปรุงใหม่ตามแนวคิดของ Anderson and Krathwohl (2001) เป็น การจำ(Remembering) การเข้าใจ(Understanding) การประยุกต์ใช้(Applying) การวิเคราะห์ (Analysing) การประเมินผล (Evaluating) และการสร้างสรรค์ (Creating)
ด้านจิตพิสัย จำแนกเป็น การรับรู้, การตอบสนอง, การสร้างค่านิยม, การจัดระบบ และการสร้างคุณลักษณะจากค่านิยม
ด้านทักษะพิสัย จำแนกเป็น ทักษะการเคลื่อนไหวของร่างกาย, ทักษะการเคลื่อนไหวอวัยวะสองส่วนหรือมากกว่าพร้อมๆกัน, ทักษะการสื่อสารโดยใช้ท่าทาง และทักษะการแสดงพฤติกรรมทางการพูด

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น